กันยายน 13, 2550

ความรักของพ่อและแม่

ความประทับใจที่สุดก็คือ ประทับใจความรักของพ่อและแม่ค่ะหนูประทับใจพ่อแม่ที่สุดก็คือ ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกเสมอและมีความอดทนเป็นอย่างมาก เป็นคนที่หาเงินเก่งมากไม่ว่าจะมีงานอะไรก็จะทำทุกอย่างไม่งานนั้นจะหนักหรือเบาก็ตาม ก็ไม่เคยบ่นสักคำว่าเหนื่อยแต่กลับกันลูกไม่เคยนึกถึงความรู้สึกว่าท่านนั้นเหนื่อยกับเรามากแค่ไหน หนูคนหนึ่งที่เคยทำให้พ่อแม่ต้องเสียกับการกระทําของหนูมาหลายต่อหลายครั้งตอนที่หนูอยู่มัธยมนั้นได้สร้างวีรกรรมไว้มากมาย ไม่ว่าจะโดดเรียนไปเที่ยวกับเพื่อน มาโรงเรียนตอนเช้าแล้วไม่ถึงที่โรงเรียน ซึ่งทำให้อาจารย์ต้องเรียกผู้ปกครองมาคุยเพราะการเรียนไม่ดีเลย ก็ต้องโดนเรียกตัวเข้าห้องฝ่ายปกครองอยู่เสมอ จนถึง ม.6ก็ได้ปรับตัวอยู่ประมาณ 1เทอมก็ได้เกรดดีๆๆหน่อย แต่พอมาอยู่ ม.6เทอม2ก็มีนิสัยเดิมๆๆอีกก็สร้างความลำบากใจให้กับพ่อแม่อีกแล้ว เพื่อนก็ได้ไปทะเลาะกับน้อง ม.5แล้วน้องเข้าเป็นลูกของอาจารย์ที่สอนอยู่ที่นั้นแล้วเข้าไปบอกว่าพวกหนูไปหาเรื่องเข้าก่อนแล้วน้องเขาก็หังเย็บไป3เข็ม แต่พวกหนูไม่ได้เป็นอะไรหนูไม่ได้เป็นคนทำนั้นค่ะเพื่อนหนูทำแต่อยู่ในกลุ่มเดี่ยวกันก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันแล้วแม่ของน้องนั้นเขามาบอกอาจรย์ฝายปกครองว่าพวกหนูไปตีหัวลูกสาวเขา แล้วอาจรย์ฝ่ายปกครองก็ไม่ฟังเหตุผลของพวกหนูเลยว่าเรื่องเป็นยังไงเขาฟังคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าไม่ฟังเด็กอย่างเราหรอก แล้วอาจารย์ฝ่ายปกครองเขาได้ผู้ปกครองมาแล้วบอกให้พาพวกหนูกลับบ้านไปแล้วก็ไม่ต้องมาเรียนอีก หนูก็ตกใจว่าทำไม่อาจารย์เขาไม่ฟังเหตุผลเราเลย แล้วพวกหนูไปบอกแม่ของนน้องเขาไปบอกว่า (อาจารย์ก็เป็นผู้ใหญ่แล้วก็น่าจะคิดน่ะว่าการที่เด็กถูกทำลายอนาคตนี้เป็นอย่างไรอาจารย์ก็นึกดูว่าถ้าเป็นลูกอาจารย์เอง) แล้วแม่ของน้องเขาก็ไปบอกอาจารย์ฝ่ายปกครองว่าพวกหนูไม่ผิดลูกเขาผิดที่ไปหาเรื่องพวกเขาก่อน จากนั้น 2-3วันอาจารย์ฝ่ายปกครองโทรที่บ้านว่าเขาจะให้โอกาสกับพวกหนูอีกครั้งหนึ่งถ้าพวกหนูยังทำตัวอย่างนี้อีกก็จะไล่ออกทันที พวกหนูก็กลับไปเรียนอีกครั้งหนึ่ง แล้วอีก1เดือนก็จะสอบเอ็นทรานแล้วซึ่งหนูกลับไปบอกแม่ว่า หนูยังไม่รู้เรื่องเลยที่จจะสอบเอ็นแม่เขาบอกว่าไม่เป็นไรแม่จะหาที่เรียนพิเศษให้แล้วแม่เขาไปถามเพือนเขาที่เป็นอาจารย์ให้ช่วยหาที่ติวพิเศษให้ ก็ได้มาไปเรียนแล้วพ่อกับแม่ก็จะไปรับไปส่งทุกวันโดยไม่บ่นสักคำว่าเหนื่อยอะไรไมไม่เคยเลย แล้วหนูก็ได้เข้ามาสู่มหาวิทยาลัยได้ก็ทำให้ท่านหายเหนื่อยไปเลยค่ะ นี้เเหละความประทับใจของหนูค่ะ สุดท้ายก็ขอให้คนที่อ่านเรื่องเอาไปคิดว่าการกระทำแบบนี้ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างเลย แล้วรักพ่อกับแม่ให้มากๆๆ ท่านไม่เคยทิ้งเราเลยน่ะค่ะ.

ผู้เขียน นางสาวสามีเร๊าะ เฮงลอโอ๊ะ

กันยายน 05, 2550

เรื่องประทับใจ-ความทรงจำสีจาง


วันหนึ่งในช่วงปิดเทอม และ หลังปัจฉิมนิเทศ ของนักเรียนชั้น ม.6 เป็นวันที่ทุกคน รอประกาศผลสอบ o-net a-net เพื่อที่จะเข้ามหาลัยต่างๆ ที่ตนต้องการ หลายคนก็ติดโควตา มหาลัยต่างๆแล้ว และหลายคนก็ยังไม่มีที่เรียน ผมคนหนึ่งก็ยังไม่มีที่เรียน เลย ต้องรอลุ้นผลสอบเหมือนกันว่าจะติดกับเขาไหม หลังจากที่ทุกคนรับ ประกาศผลการเรียน เทอม 2 เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวผมเองต้องไปรับคนสุดท้าย เพราะว่ารูปถ่ายเรายังไม่ได้ให้อาจารย์ เราเลยต้องไปรับ 2 คนกับเพื่อนในวันที่โรงเรียนปิด พอผมได้ก้าวเข้าไปในโรงเรียน บรรยากาศจากที่เคยเต็มไปด้วยเสียงนักเรียนวิ่งเล่น กลับกลายเป็นเสียงลมของต้นไม้ที่พลิ้วไหว ซึ่งเราไม่เคยจะได้ยินมาก่อน เหมือนเวลาจะหยุดหมุนในช่วงเวลานั้นเลยจริงๆ ผมมาโรงเรียนกับเพื่อนคู่หูผมคนหนึ่ง ที่เคยใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลา 3 ปีกว่าๆ ซึ่งจะเรียกได้ว่า เป็นเพื่อนคู่ใจจริง ไม่ว่าจะตอนทำงานกลุ่ม , กินข้าว , ไปเที่ยวเล่นกัน ส่วนตัวผมเองในห้องไม่ค่อยจะคุยกับเพื่อนคนอื่นมากเท่าไร นอกจากเพื่อนสนิทของผมที่ มีอยู่ 2 คน หลังอาคารเรียนใหญ่แห่งหนึ่ง ที่มีโต๊ะเก้าอี้ไม้หินอ่อน เป็นแถวเรียงยาว เป็นโต๊ะๆ ภายใต้ร่มของต้นไม้ใหญ่ ที่เพื่อนๆทุกคนในห้องผม มักจะนั่งเล่นคุยกัน เป็นประจำทุกวัน บรรยากาศที่เคยเป็นช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย ต่างๆ เช่น การลอกการบ้านวิชาต่างๆ ที่ใกล้จะเรียนในอีกชั่วโมงข้างหน้า การจดโพยต่างๆ เมื่อใกล้เวลาจะสอบเก็บคะแนนต่างๆ ในห้อง , การทะเลาะวิวาทกับเพื่อนกันเอง , นั่งเล่นกีต้า- หมากฮอท , นอนหลับพักผ่อน อาจเป็นที่สำคัญของพวกเราที่อยู่ด้วยกันมาเลยจริงๆ เมื่อผมนั่งลงที่โต๊ะที่เรานั่งเล่นกันประจำกับเพื่อนสนิทอีกคน ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่นั่งรออาจารย์มา เป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบมีแต่เพียงเสียงของธรรมชาติ ซึ่งทำให้ผมคิดถึงเรื่องราวเก่าๆที่ทำให้รู้สึกดีเมื่อได้นั่งอยู่บริเวณนี้ มองเห็นสภาพที่โต๊ะทุกว่างเปล่ามีแต่เศษไบไม้ที่รกหูรกตา จากเคยที่มีเพื่อนเราเคยนั่งเล่นคุยกันทุกวัน ผมเลยพูดกับเพื่อน อีกคนว่า “ นี้เราต้องไปจากที่นี้แล้วหรอว่ะ ” เมื่อผมพูดไปแล้วรู้สึกข่นลุกขึ้นมาทันที เมื่อผมรับเสร็จแล้วก็ได้แยกย้ายกับเพื่อนกลับบ้าน เวลาผ่านไปเร็วดีจริง เมื่อผลสอบประกาศออกมาเพื่อนทุกคนได้ที่เรียนหมดแล้ว ตัวผมเองก็ติด มอ.ปัตตานี หลายคนในห้องก็ไปอยู่ต่างจังหวัดไกลๆ ส่วนเพื่อนสนิทของผมมันก็สอบพยามบาล 3 จชต. ติดจึงได้ไปอยู่ จ.นครสวรรค์ จึงไม่มีเวลาจะได้เจอกันอีกเท่าที่ควร เมื่อผมต้องใช้ชีวิตอยู่ในมหาลัยที่มีคนมาจากหลายจังหวัดทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้แต่เพียงลำพัง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
*** ฟ้าสาง ต่างคนก็ต่างแยกย้าย.... ***
เขียนโดย นาย วิทยากร อินทรอุดม
รศ. ปกครอง No.5020710209 G.01

ความประทับใจในชีวิด-กุญแจกับมอเตอร์ไซค์


ความประทับใจในชีวิตของดิฉันก็คือการที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นให้พ้นจากสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น คือวันนั้น ณในมหาลัยแห่งนี้แหละ วันนั้นดิฉันได้เดินออกจากหอเอฟ (หอสมุด)แล้วเดินไปที่รถปรากฏว่า ดิฉันได้พบกุญแจรถค้างไว้ที่รถนั้นสงสัยเจ้าของเขาลืมไว้ ดิฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงถ้าทิ้งไว้ตรงนั้นโดยที่เราไม่ได้สนใจ อาจมีขโมยมาเอาก็ได้ ใครจะไปรู้ดิฉัยก็เลยหยิบกุญแจนั้นออกจากรถเพื่อที่จะเก็บมันไว้แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงอยู่ดี จะฝากให้กับใครคิดว่าจะฝากให้กับเจ้าหน้าที่ที่หอสมุดให้เก็บไว้ในตู้สำหรับสิ่งของที่คนทำตกไว้แต่กลัวว่าเจ้าของรถนั้นไม่ได้อยู่ที่หอเอฟ เป็นไปไม่ได้ถ้าเขาอยู่ในอาคาร19 แล้วจะไปหาที่หอเอฟ มันก็ต้องตกที่อาคาร 19 สิคิดไปคิดมาไม่รู้จะทำยังไงอีกอยู่ครู่หนึ่งดิฉันก็หยิบกระดาษขึ้นมาแล้วเขียนข้อความลงในกระดาษนั้นว่า"คุณลืมกุญแจไว้กับรถ กรุณาติดต่อที่ 084-1992758 นะค่ะ"แล้ววางใต้เบาะรถที่ไม่ได้ล็อกไว้ พอประมาณบ่ายๆ เขาก็โทรมาดิฉันก็เลยพากุญแจไปคืนเจ้าของเขาพอได้เจอกันแล้วดิฉันยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็นเจ้าของรถหรือเปล่ากลัวว่าคนจะมาอ้างว่าเป็นของตน เพราะกระดาษนั้นอยู่ให้เบาะ ซึ่งไม่ได้ล็อกกลัวคนอื่นจะเห็นเข้าก่อน ดิฉันก็เลยถามเขาว่า "น้องค่ะกุญแจรถน้องมีลักษณะอย่างไรค่ะ" เขาก็บอกฉอดๆๆ อืม คงใช่แล้วแหละถ้าไม่ใช่เจ้ารถจริง เขาไม่สามารถที่จะบอกรายละเอียดของกุญแจนั้นได้ใช่ไหมค่ะ เพราะพวงกุญแจนั้นเต็มไปด้วยกุญแจหลายดอกและพวงกุญแจนั้นมีรูปลายหัวใจด้วยซึ่งคนอื่นไม่สามารถที่จะเดาเล่นๆได้ว่ากุญแจนั้นมีกี่ดอก และลายยังไงดิฉันก็เลยโล่งอกที่เจอกับเจ้าของรถตัวจริงและเขาก็รู้สึกสบายใจที่ได้เจอกุญแจ ไม่งั้นแย่แน่ๆเลยและเขาก็ได้ขอบคุณดิฉันเป็นอย่างยิ่งที่ดิฉันช่วยเก็บกุญแจให้ และเขาก็ยิ้มดีใจ และความสบายใจของเขานี้แหละทำให้ดิฉันประทับใจที่ได้ช่วยเขาแล้วทำให้เขาสบายใจและที่ประทับใจมากที่สุดก็คือทำให้เขาได้พ้นจากการขโมยรถของเขาซึ่งไม่อยากให้มันเกิดขึ้นมาเลย ได้เห็นเขาสบายใจ ยิ้มได้ มีความสุขแค่นี้ทำให้เรามีความรู้สึกสบายใจไปด้วยและรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยในครั้งนี้ค่ะ
เขียนโดย เงาจันทร์
รหัส5020210163

กันยายน 04, 2550

ความประทับใจในชีวิต


ก้าวแรกที่ได้เข้ามาในรั้ว ม อก็ได้เข้ามาพักที่หอศรีตรังที่พร้อมให้นักศึกษาได้มาพักเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเรา ความประทับใจของผมเกิดขึ้นในหลายๆด้านและในเวลาที่ต่างกันซึ่งความประทับอันแรกเกิดจากความสามัคคีของเพื่อนรวมห่อโดยเฉพาะการโดนลงโทษเมือคนใดทำผิดเพื่อนก็รับโทษด้วยกันเมือเป็นหนึ่งกัน และประทับในเพื่อนๆพร้อมที่เริ่มต้นอ่านหนังสือและกลับใจตั้งหน้าตั้งตาขยันเรียน เมื่อมี่การสอบทุกคนจะช่วยกันสอนในรายวิชานั้นใครพอรู้ในรายวิชาใดก็สอนในรายวิชานั้น

เมื่ออยู่ไปเรื่อยๆความประทับในก็เริ่มปรากฏเช่นประทับใจในการดำรงชีวิตในแต่ละวัน สึงที่เราไม่เคยได้ทำแต่เมื่ออยู่รวมกันก็เกิดกระบวนการเรียนรู้โดยไม่ต้องไปศึกษา ออกจากหอพัก และรู้จักการมี่น้ำใจระหว่างเพื่อนรวมห้องสร้างความไกลชิดระหว่างเพื่อนที่อยู่ต่างหอพัก สอนให้ทุกคนก้าวไปในชีวิตเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในชีวิตสอนให้คนรู้จักพึงพากันและความอยู่รอดของชีวิตเละรู้จักตนเองและผู้อื่น

เป็นที่เริ่มชีวิตและเริ่มต้นอนาคตที่ดีในวันหน้าและรู้จักความพอเพียงเพื่อความเพียงพอในกรดำรงชีวิต สอนให้คนเป็นผู้นำและเป็นผู้ตามที่ดีสอนให้คนหยุดเพื่อความก้าวหน้าของชีวิตและสึงทุกรู้สึกลือไม่ได้ก็คือพระคุณของพ่อแม่ สอนให้รู้จักพื้นฐานการอยู่รวมกันในสังคม สอนให้รู้จักสิทธิความเท่าเทียมกันและชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีนั้นทุกคนเจตนารงค์ที่ดีต่อกันโดยการตัดความอัคติออกไปให้ใกล้

ความประทับใจที่คนอยู่รวมก็ต้องรู้จัก การให้ ขอบคุณ ขอโทษ ไม่เป็นไรคำเหล่านี้มี่ความที่มากกว่าชีวิตเพราะถ้ารู้จักคำเหล่านี้ดีแล้วก็จะพบแต่ความสุขในชีวิตเพราะคนต้องอยู่รวมกันในสันคมที่ใหญ่กว่า มอ

ผู้เขียน นายฮัสบุลเล๊าะ ดือเล๊ะ รหัส 5020710325

ความทรงจำที่ประทับใจ


หากพูดถึงความประทับใจในความรู้สึกของฉันเอง ฉันจะมีความสุขก็ต่อเมื่อได้อยู่กับคนที่ฉันรัก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ญาติพี่น้อง และผองเพื่อน ความทรงจำของคนเราแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน มีทั้งความทรงจำที่เป็นสุข และความทรงจำที่เป็นทุกข์ซึ่งแล้วแต่คนเราจะเก็บความทรงจำแบบใดไว้ ตัวฉันเองก็มีทั้งความทรงจำที่เป็นสุขและเป็นทุกข์และมีหลากหลายเรื่องราวมากมายที่จะนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง อย่างความทรงจำที่ประทับใจก็จะเป็นช่วงมัธยมปลาย ซึ่งฉันคิดว่าสิ่งนี้น่าจะสร้างความสุขให้กับครอบครัวของฉันเอง สิ่งนั้นก็คือ การได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งทั้งตัวฉันและน้องสาวของฉัน วันนั้นเป็นวันที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุข มันเป็นผลสำเร็จและผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ในช่วงๆหนึ่ง ซึ่งกว่าจะได้มา ไม่ใช่ง่ายเลย ต้องรู้จักกับอะไรอีกหลายอย่าง ทั้งความอดทน ความรับผิดชอบ ความเสียสละ และความขยัน เพื่อน ๆทุกคนเองก็อย่าท้อ ใช่ว่าเราจะไม่ได้รับเกียรตินิยมแล้วทุกคนจะไม่ประสบความสำเร็จ คิดอย่างนั้นไม่ถูกแน่นอน ตัวฉันเองก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้เช่นกันหากไม่พยายาม
ผู้เขียน s5020610255@pn.psu.ac.th